2006/Aug/27

เคยคิดกันไหม เหตุใดคนเราจึงโกหก ถึงจะมีข้ออ้างสวยหรูยังไง

เหตุผลของการโกหกก็แค่ การกลัวผลของความจริง

กลัวผลที่จะเกิดขึ้นจากความจริงที่เกิดขึ้น

ไม่อยากให้เขาเสียใจ กลัวเขาโดนด่า กลัวเขาฆ่าตัวตาย

คนที่โกหก ก็แค่กลัวหากไม่กลัว คำโกหกก็อาจเป็นแค่สิ่งไม่จำเป็น

แล้วเหตุที่คนมักชอบคำโกหกล่ะ?

ก็แค่คนเราชอบคำหวาน

และรังเกียจความจริงที่ทิ่มแทง

เพราะเมื่อมีเหตุผลที่คนต้องโกหก

ความจริงนั้นย่อมเสียดหูไม่มากก็น้อย

แต่ผมกลับชอบความจริงมากกว่า

เพราะแม้จะทิ่มแทง แม้เจ็บปวด

ก็สามารถทำให้เรามีสติ และรู้สิ่งอื่นมากพอ

ที่จะเดินต่อไป และจบปัญหานั้นเสีย

เพราะเช่นนั้น....

โปรดอย่าโกหกผมเลย

2006/Aug/02

วันนี้ไม่มีอะไรเป็นสาระนะครับ แค่ลุกมารำเพ้อรำพันเรื่องของตัวเอง พอดีเจอเรื่องที่ทำให้รู้สึกแปลกๆมาก็เท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงบางครั้งคนเราก็มักรับมือกับมันไม่ทัน ผมเองก็เป็นเช่นนั้น ของบางอย่างไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้น แต่พอมันเกิดขึ้น กลับไม่รู้ว่ามันเร็วไปนิด หรือว่าช้าไปหน่อยกันแน่ ผมเองมักใจหายกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่ทันตั้งตัว มันไม่ใช่สิ่งเลวร้ายหรอก เป็นเรื่องที่ผมน่าจะยินดีด้วยซ้ำ แต่ก็นะ ผมดันหวั่นไหวซะได้

ไม่ได้มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับผมหรอกครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ แค่รู้ข่าวคราวของคนๆนึงแล้วรู้สึกแปลกๆก็เท่านั้น ไม่แน่ใจว่าคนนั้นยังมาอ่านบล็อกนี้อยู่ไหม รึจะรู้ตัวไหม ว่าผมพูดถึงเขาอยู่ แหมก็คนรู้จักผมมันมักทึ่มๆนี่นา แต่เอาเป็นว่าถ้าคนที่ผมพูดถึงอยู่ได้มาอ่านแล้วรู้ว่าผมคิดยังไงก็เหยียบๆไว้แล้วกัน ผมไม่ค่อยอยากให้ใครรู้เท่าไรนัก อายเค้า ...แล้วก็อยากจะบอกว่า ไม่มีอะไรหรอก ดีแล้วล่ะ ทำสิ่งที่ดีกับตัวเองซะ ดีใจด้วย ที่มาบ่นๆนี่แค่ใจหายน่ะ

ยังไงซะขอบคุณมากๆนะพรุ่งนี้จะพยายามหายหวั่นไหวแล้วยินดี with youให้เต็มที่ซะที

ป.ล.จริงๆก็อยากพูดกับเจ้าตัวน่ะนะ แต่บางทีให้มันเป็นแค่คำพูดลอยๆในบล็อกก็ดีเหมือนกัน

.

.

.

ยิ้มให้ฉันได้ไหม : - บอย ตรัย


ตั้งแต่เมื่อวันนั้น มันนานเท่าไรแล้ว
ที่เราปล่อยมือไปจากกันและกัน
ต่างไม่เคยมาพบ จนเราได้ผ่านพ้นวัน
ช่วงเวลาที่หมองหม่น ระหว่างเธอและฉัน

และสิ่งที่เราพบ มันไม่ง่ายอย่างนั้น
ต้องผ่านคืนวันที่มันทรมาน
และสิ่งที่เรารู้ คือเราเจ็บปวดเหมือนกัน
ถึงเวลาต้องพ้นผ่าน
ขอให้เราได้ข้ามผ่าน


และเมื่อไหร่เธอได้เจอฉัน....
ยิ้มให้ฉันได้ไหม เมื่อไรที่เราบังเอิญพบกัน
ขอฉันขอแค่นั้น แค่เพียงไมตรีที่ดีเมื่อเจอ
ยิ้มให้ฉันได้ไหม แค่ยิ้มให้เพื่อนคนหนึ่งของเธอ
ให้คนเคยรัก ที่เคยเข้าใจ
จะนานเพียงไหนยังรอเสมอ


คงดีที่สุดแล้ว ที่เราเป็นอย่างนี้
แต่อยากให้ดี ดีกว่านี้สักวัน
คงไม่ผิดใช่ไหม หากเรายังเป็นเพื่อนกัน
เมื่อเวลาได้พ้นผ่าน
นึกถึงวันที่เคยผ่าน


และเมื่อไหร่เธอได้เจอฉัน...
ยิ้มให้ฉันได้ไหม เมื่อไรที่เราบังเอิญพบกัน
ขอฉันขอแค่นั้น แค่เพียงไมตรีที่ดีเมื่อเจอ
ยิ้มให้ฉันได้ไหม แค่ยิ้มให้เพื่อนคนหนึ่งของเธอ
ให้คนเคยรัก ที่เคยเข้าใจ
จะนานเพียงไหนยังรอเสมอ

2006/Jul/27

หายไปเป็นชาติอีกแล้วครับพี่น้อง เอาน่ะ วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีดูเกย์กัน เพราะผมติดใจมาจากการไปดู "แก๊งค์ชะนีกับอีแอบ" ในหนังนั้นมีวิธีสารพัดที่จะดูเกย์กันเหลือเกิน แต่วิธีที่อยู่ในหนังนั้น ใช้ได้จริงรึเปล่า?

วิธีต่างๆในหนังนั้นเช่นขอดูเล็บ ถ้าเป็นผู้ชายจะหงายมือแล้วงอนิ้วดู แต่เป็นเกย์จะคว่ำมือดู หรือดูการยกเท้าจากด้านหลังแล้วเอี้ยวตัวไปมองนั้น จริงบ้างไม่จริงบ้างนะครับ ตามความจริงแล้ว ผู้ชายหลายๆคนก็อาจเข้าข่ายพวกนั้นด้วยซ้ำ ในขณะที่เกย์ไม่เป็นเลย ถ้าใครไปดูแล้วจับผิดแฟนตัวเอง ขอแนะนำว่าช่วยไม่ได้ครับ อย่าทำเลยจะดีกว่า เพราะส่วนใหญ่ในข้อเหล่านั้นจะเป็นเกย์ที่แสดงออกครับ หรือพวกเกย์สาวน่ะแหละหรือไม่ก็อาจจะแค่บังเอิญเท่านั้น

งั้นการดูเกย์จริงๆควรจะทำยังไงล่ะ? ขอตอบว่าจริงๆคนที่ไม่แสดงออกจริงๆดูได้ยากมากครับ คนตุ้งติ้งบางคนไม่ใช่เกย์ และ เกย์หลายคนไม่ตุ้งติ้งผมเองก็มีเพื่อนชายบางคนที่เหมื๊อนนเหมือนแต่กลับไม่ใช่ และบางคนที่ไม่เหมื๊อนไม่เหมือน แต่ดันใช่ เพราะงั้นคุณต้องลืมความคิดฝังหัวว่าเกย์ต้องเป็นอย่างในหนังทิ้งไปก่อนครับ จำไว้ว่าส่วนใหญ่เกย์นั้นจะพอใจในเพศของตน (ไม่เหมือนกระเทย) เพียงแต่ชอบเพศเดียวกันเท่านั้น

แล้วเกย์ดาห์ล่ะมีจริงรึ? เกย์ดาห์คืออะไรหลายคนอาจเคยได้ยินคำนี้ อีกหลายคนอาจจะไม่เคย เกย์ดาห์เป็นคำที่พูดกันหมายถึงสัมผัสที่6ในการดูว่าใครเป็นเกย์ครับ มีเกย์รุ่นเดอะหลายคนอ้างว่ามีเรดาห์นี้ติดอยู่ แต่จริงๆแล้วมันก็ใช่ว่าจะเสมอไปครับ แน่นอนเกย์กร้านโลกทั้งหลายย่อมมีประสบการณ์ในการแยกแยะเยอะกว่าคนปกติ แต่คนไม่ใช่สิ่งของครับ ไม่มีหลักตายตัวใดๆในการดู เกย์ดาห์นี้เป็นเพียงการเดาจากประสบการณ์ครับ ไม่จำเป็นต้องจริงเสมอไป

แล้วยังงี้ไม่มีวิธีดูเกย์เลยรึ? มันก็มีครับเพียงแต่มันไม่ตายตัว และไม่สามารถแจกแจงได้ ที่เวิร์คที่สุดน่าจะดูจากการมองเพศเดียวกันบ่อยๆครับ แต่ก็ไม่เสมอไปนะครับ เพราะผู้ชายเองก็อาจมองผู้ชายที่หล่อมากๆได้ แต่อาจจะด้วยอารมณ์อื่น ไม่ใช่อารมณ์หื่นเสมอไป เพราะผมเองถ้าเจอผู้หญิงสวยมากๆผมก็มองครับ แบบเหมือนเห็นรถสวยน่ะครับ ใครก็มองทั้งนั้นล่ะ แถมเกย์บางคนก็ใช่จะมองแต่ผู้ชายอย่างเดียว อย่างพวกไบ(ไบเซ็กซ์ชวล)เองก็ชอบผู้หญิงเหมือนกันนะครับอย่าลืม บางคนมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเป็นผู้หญิงรักกันดี แต่แอบมากุ๊กกิ๊กกะผู้ชายเยอะแยะไป บางคนคบกันมานับ10ปียังดูไม่ออกเลยครับ เพราะงั้นจริงๆแล้วคงต้องพึ่ง "ดวง" เป็นส่วนมากล่ะครับ

ยังไงลองให้ทำแบบฝึกหัดท้ายบทกันดีกว่ามาลองแยกคนเหล่านี้กันว่าใครเป็นเกย์

เบอร์1ครับ

เบอร์2

เบอร์3

เบอร์4

เบอร์5

เบอร์6

เบอร์7

เบอร์8

เบอร์9

เบอร์10

เอาล่ะจะดูเฉลยดูตรงนี้ครับ มาดูสิใครถูกถึงครึ่งบ้าง คนที่เป็นมีดังนี้ครับ กดคอนโทรล A ดูเฉลยชัดๆนะครับ

เบอร์2 5 7 8 9นอกนั้นไม่เป็นครับ